8 วิธีให้อภัย และทำชีวิตให้เป็นสุข
โกรธ คำเดียวสั้นๆ แต่ส่งผลร้ายให้บุคคลที่แสดงอาการได้อย่างมหันต์ เพราะในขณะที่มีอารมณ์โกรธ ผู้นั้นจะมีความรู้สึกวิตกกังวลและว้าวุ่นใจร่วมด้วย ข้อสำคัญ ผู้ที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้นนานๆและต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยนำไปสู่การเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น
นอกจากนี้ ความโกรธยังส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะให้อภัยและขจัดความโกรธ น่าจะเป็นหนทางที่ดีต่อสุขภาพกายใจ และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ดังคำกล่าวของมหาตมะ คานธี ว่า
“ผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใครได้ เพราะการให้อภัยได้นั้นนับเป็นความเข้มแข็งที่แท้จริง”
และเมื่อหยุดโกรธได้ ชีวิตคุณก็จะเป็นสุข
1. ปล่อยวางความโกรธ
มีคำกล่าวว่า “ความโกรธคือยาพิษที่คุณกลืนลงคอตัวเอง เพื่อหวังฆ่าคนอื่น” ความหมาย ก็คือเมื่อคุณโกรธ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง ความดันโลหิตสูงขึ้น ถ้าเกิดเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แล้วดับไป ก็จะไม่เป็นอันตรายนัก แต่ถ้ามีอารมณ์โกรธแค้นฝังลึกอยู่ในจิตใจตลอดเวลา มันจะส่งผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาว
จึงควรสำนึกไว้เสมอว่า เมื่อคุณโกรธแค้นใครบางคน นั่นไม่เพียงคุณกำลังทำร้ายตัวเอง แต่กลับปล่อยให้คนนั้นควบคุมสภาพอารมณ์ของคุณอีกด้วย ดังนั้น สิ่งที่ควรทำก็คือปล่อยวางความโกรธ อย่าไปยึดมันไว้ในใจ
2. มีความรักและปรารถนาดีต่อผู้อื่น
เมื่อคุณตอบโต้คนที่ทำไม่ดีกับคุณแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เช่น แกเกลียดฉัน ฉันก็เกลียดแก, แกโกรธฉัน ฉันก็โกรธแก หรือแกทำร้ายฉัน ฉันก็จะทำร้ายแก เป็นต้น นั่นเท่ากับว่า คุณทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไปโดยปริยาย
ฉะนั้น คุณควรเลือกที่จะไม่ทำตามแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่พยายามทำตัวเองให้มีความสุข มีความรักและปรารถนาดีให้ผู้อื่นเสมอ
3. อย่าคิดแก้แค้น
อย่ามัวเสียเวลาคิดแก้แค้นคนที่คิดร้ายต่อคุณ เพราะการแก้แค้นที่ดีที่สุดคือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ ถ้าคุณสามารถฝึกตนเองให้คิดดี ทำดีได้ตลอด จะส่งให้คุณมีพลังดึงดูดคนที่คิดดีทำดีเข้ามาในชีวิต ดังคำพูดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์และนักปรัชญาชื่อก้องโลก ที่กล่าวไว้ว่า “คุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เมื่อคุณหมกมุ่นอยู่กับความคิดและความรู้สึกด้านลบ”
และวิธีที่จะช่วยให้คุณโฟกัสความคิดด้านบวกได้คือ ฝึกท่องคำว่า “รัก ให้อภัย ปล่อยวาง สันติสุข” ไว้ตลอดเวลานั่นเอง
4. สวดมนต์แผ่เมตตา
เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีใครบางคนทำสิ่งไม่ดีกับคุณ ไม่ว่าจะทางกาย วาจา ใจ ปฏิกิริยาแรกที่คุณมีคือ โกรธคนคนนั้น แต่คุณสามารถควบคุมอารมณ์โกรธมิให้เกิดขึ้นแต่แรกได้ ด้วยการบอกตัวเองว่า “เราทั้งหลายล้วนเป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง” แล้วให้สวดมนต์แผ่เมตตาให้คนนั้น เพื่อเรียกสติของตัวคุณเองคืนมา พร้อมกับแผ่พลังด้านดีให้เขาด้วย
5. แสวงหาความสุขภายใน
จำไว้ว่าอย่าแสวงหาความสุขจากภายนอก เพราะมันเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน แต่จงให้ความสำคัญกับความรู้สึกซาบซึ้งต่อสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งเป็นความสุขจากภายในจิตใจที่เปล่งประกายออกมา ถ้าคุณปล่อยให้ความรู้สึกนึกคิดและความเป็นตัวตนของคุณ ผันแปรไปตามเหตุการณ์ต่างๆที่มิอาจคาดเดา หรือความแปรปรวนทางอารมณ์ของผู้คนมากหน้าหลายตาละก็ บอกได้เลยว่า ความสุขใน ชีวิตคุณก็จะขึ้นๆลงๆเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาตลอดเวลานั่นเอง
เพราะความสุขที่แท้จริงนั้น เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากใจที่เบิกบานปีติยินดี ดังนั้น แทนที่คุณจะมัวหลงติดกับสิ่งแย่ๆ ที่ทำให้คุณเกิดอารมณ์ขุ่นมัวในแต่ละวัน ก็ควรหันมานึกถึงเรื่องดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง โดยอาจจะเขียนเป็นลิสต์ 5 เรื่องในชีวิตที่คุณรู้สึกพึงพอใจ วิธีนี้จะช่วยให้คุณผ่านพ้นแต่ละวันไปได้อย่างมีความสุขและแจ่มใส
6. อุปสรรคคือบททดสอบชีวิต
มีคำสอนในพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า อุปสรรคความทุกข์ยากบางอย่างที่คุณกำลังประสบอยู่นั้น เกิดแต่กรรมเก่า ยิ่งลำบากทุกข์มากเท่าไหร่ นั่นคือคุณกำลังชดใช้กรรมเก่าให้หมดไป แต่ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม มันก็จะทำให้คุณมีกำลังใจที่จะปรับปรุงแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆที่เกิด ขึ้นในชีวิต ซึ่งเป็นเสมือนการทดสอบความเป็นตัวตนของคุณ
และถ้าคุณรู้สึกเหมือนกำลังถูกทดสอบอยู่ จงถามตัวคุณเองว่า กำลังถูกทดสอบเรื่องอะไร ความอดทนอดกลั้น? ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น? ความยืดหยุ่น? การให้อภัย? การเปิดใจให้กว้าง? ความเข้มแข็ง? เมื่อได้คำตอบ แล้ว อย่ารอช้า... รีบปรับปรุงแก้ไขโดยเร็วที่สุด
7. มีทัศนะมุมมองที่ดี
ถ้าคุณกำลังเผชิญกับอุปสรรคความยากลำบากอยู่ ให้เตือนตัวเองว่า อุปสรรคความทุกข์ยากเหล่านั้นมิใช่ทั้งหมดของชีวิต มันเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเท่านั้น แล้วก็จะผ่านพ้นไป
จงตั้งสติให้มั่น อย่าปล่อยให้ความทุกข์ยากเหล่านั้นมาบั่นทอนพลังในตัวคุณ เพราะเมื่อคุณเอาชนะมันได้ แน่นอนว่า สิ่งดีๆก็จะเกิดตามมา ดังคำโบราณที่ว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” นั่นคือ ไม่มีใครสุขตลอดหรือทุกข์ได้ตลอดไป
8. เรียนรู้จากบทเรียน
ควรพัฒนาจิตใจให้เป็นดั่ง “ผู้เรียนรู้ มิใช่เหยื่อ” หมายถึง การนำประสบการณ์ของตนเองหรือผู้อื่นมาปรับใช้ เพื่อป้องกัน มิให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย ให้คำมั่นกับตัวเองว่า จะควบคุมอารมณ์ให้ได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ทำ ให้อารมณ์เสีย และพยายามหลีกเลี่ยงมิให้ตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้นอีกในอนาคต
.......
แล้วพวกเราก็ได้เดินทางมา ถึงเดือนสุดท้ายของปี 2553 ความโกรธ เกลียด เคียดแค้นทั้งหลายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจนั้น ขอให้ทุกท่านขจัดทิ้งไปพร้อมกับปีเก่าที่กำลังลาจาก เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงอย่างมีความสุข
(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 121 ธันวาคม 2553 โดย ประกายรุ้ง)
- บล็อกของ webmasba
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น
nike air max
Nike air Force one Bespoke have consistently been loved by sneaker fans just since of it becoming awesome and thrilling. It creates the seller really feel really at ease and free of cost once they put on it.air max 90 Via the years, the pair of nike trainers has become launched inside of a gamut of many colorways.
The pair of shoes is dubbed the tricksy pack soon after animals who can camouflage into their atmosphere to trick their enemies, each and every sneaker inside pack capabilities some animal print or skin.nike air max This one is for the girls and characteristics a dunk minimal, terminator high and internationalist. Quite dope set out by Nike online shopping.
Apart from your fantastic colorway may be the utilization of Roman numerals around the sidewall on the midsole, studying 1979 C possibly a 12 months of significance to Y.nike air max 95K.
Thank you, that was extremely valuable and interesting. I will be back again to read more on this topic. I bookmarked it and will be back to check it out some more lately.the north face outlet
Who to you it has told. I apologise, but, in my opinion, you commit an error.here Lets discuss it. Write to me in PM, we will talk. I join. It was and with me.